“ไม้เถาสีครามแก่”
ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific
name) : Clitoria
ternatea Linn.
ชื่อสามัญ (Common
name) : Clitoria,
Butterfly Pea และ Blue Pea
ชื่อเรียกอื่น (Other
names) : อัญชัน อังจัน แดงชัน
เอื้องชัน
ชื่อวงศ์ (Family
name) : Leguminosea
ลักษณะ
(Characteristics) : อัญชันเป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อน
อายุสั้น ใช้ยอดเลื้อยพัน ลำต้นมีขนปกคลุม ใบประกอบแบบขนนก เรียงตรงข้ามยาว
6-12 เซนติเมตร มีใบย่อยรูปไข่ 5-7 ใบ กว้าง 2-3 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน
ผิวใบด้านล่างมีขนหนาปกคลุม ดอกสีขาว ฟ้า และม่วง ดอกออกเดี่ยว ๆ
รูปทรงคล้ายฝาหอยเชลล์ออกเป็นคู่ตามซอกใบ กลีบดอก 5 กลีบ ดอกบานเต็มที่ยาว 2.5-3.5
เซนติเมตรกลีบคลุมรูปกลม ปลายเว้าเป็นแอ่ง ตรงกลางมีสีเหลือง
มีทั้งดอกซ้อนและดอกลา ดอกชั้นเดียวกลีบขั้นนอกมีขนาดใหญ่กลางกลีบสีเหลือง
ส่วนกลีบชั้นในขนาดเล็กแต่ดอกซ้อนกลีบดอกมีขนาดเท่ากัน ซ้อนเวียนเป็นเกลียว[2]
ออกดอกเกือบตลอดปี ผลแห้งแตก เป็นฝักแบน กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ยาว 5-8 เซนติเมตร
เมล็ดรูปไต สีดำ มี 5-10 เมล็ด
การกระจายพันธุ์
(Distribution) : อัญชันมีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียเขตร้อน ก่อนจะถูกนำไปแพร่พันธุ์ในแอฟริกา ออสเตรเลีย และอเมริกา ในลาว ไทย เวียดนาม
ช่วงเวลาออกดอก
(Flowering
Time) : อัญชันเป็นพันธุ์ไม้ที่ออกดอกตลอดปี
ประโยชน์
(Uses and Utilization) :
การนำสีจากดอกอัญชันไปผสมอาหารและขนมให้มีสีสันสวยงาม นำดอกสดมารับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับน้ำพริกชนิดต่าง
ๆ นำมาต้มดื่ม หรือนำไปปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับตามรั้ว และการนำมาใช้บำรุงผมให้ดกดำเงางาม
รักษาอาการผมร่วงหรือผมบาง
สรรพคุณ (Medicinal uses) : ยาพื้นบ้านอีสานใช้รากฝนกับรากสะอึกและน้ำซาวข้าว
กินหรือทาแก้งูสวัด ตำรายาไทยใช้เมล็ดรสมันเป็นยาระบาย แต่มักทำให้คลื่นไส้อาเจียน รากรสขมเย็นนิยมใช้รากดอกขาว ขับปัสสาวะเป็นยาระบาย
ฝนหยอดตาแก้ตาเจ็บ ตาฟาง ทำให้ตาสว่าง ทำยาสีฟัน ใช้รากถูฟัน ทำให้ฟันทน แก้ปวดฟัน
รากรสเบื่อเมาปรุงเป็นยากินและพอกถอนพิษสุนัขบ้า
แหล่งอ้างอิง (References) : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. 2550.
พรรณไม้เกียรติประวัติของไทย.บริษัทประชาชน จำกัด:กรุงเทพมหานคร.
ที่มา : http://www.aroka108.comอัญชัน-สมุนไพร-เพื่อสุขภาพ/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น